TH EN
 

คำถาม-คำตอบ การประชุมนักวิเคราะห์

   
สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 3 ปี 2559

ธนาคารมีแผนในการบริหารต้นทุนเงินฝากอย่างไรบ้าง

ธนาคารมุ่งเน้นที่จะเพิ่มสัดส่วนเงินฝากประเภทกระแสรายวันและเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์ (CASA) ต่อเงินรับฝากให้สูงขึ้น ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกๆกลุ่ม เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้ธนาคารธนชาตเป็นธนาคารหลักในการทำธุรกรรม (main bank) พร้อมทั้งการเพิ่มช่องทางการทำธุรกรรมให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น สร้างความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าให้สามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2559 ธนาคารมีสัดส่วน CASA ต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 46.76% เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสิ้นปี 2558 ที่ 40.14%

ธนาคารมีแผนในการรองรับการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ด้านมาตรฐานรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน (IFRS 9) อย่างไรบ้าง

ขณะนี้ธนาคารยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการบังคับใช้ในปี 2562 ทั้งนี้ ในขั้นต้น ธนาคารได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของหลักเกณฑ์ดังกล่าวด้วยการตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ธนาคารมี Coverage Ratio ในงบการเงินรวมอยู่ที่ 136.31% และในงบการเงินเฉพาะธนาคารที่ 147.91% ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอและไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคาร

ธนาคารมีแผนการใช้ผลประโยชน์ทางภาษีอย่างไรบ้าง

ณ สิ้นไตรมาส 3 ธนาคารมีผลประโยชน์ทางภาษีคงเหลืออยู่ที่ 3,343 ล้านบาท ซึ่งธนาคารคาดว่าจะสามารถใช้ผลประโยชน์ทางภาษีได้หมดในกลางปี 2561 ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร โดยในปี 2559 ธนาคารพิจารณาที่จะนำผลประโยชน์ทางภาษีมาตั้งสำรองเพิ่มเติมครึ่งหนึ่ง และส่วนที่เหลือจะนำมารับรู้เป็นกำไร อย่างไรก็ดี ในปี 2560 ธนาคารอาจมีการทบทวนนโยบายการใช้ผลประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 2 ปี 2559

ธนาคารมีแผนการตั้งสำรองอย่างไรบ้าง

ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2559 อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งหมดต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 129.01% ขณะที่งบการเงินเฉพาะธนาคาร อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งหมดต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 139.24% ถือว่าเป็นระดับที่สูงและเพียงพอ ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง ธนาคารคาดว่าจะยังคงมีการตั้งสำรองส่วนเพิ่ม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตและเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ด้านมาตรฐานรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน (IFRS 9) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2561 โดยจะมีผลต่อการคำนวณสำรองของธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาในขั้นต้นคาดว่าระดับการตั้งสำรองที่มีอยู่ในขณะนี้น่าจะเพียงพอและไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารในระยะยาว

ธนาคารมีแผนการเติบโตของสินเชื่อและการสร้างรายได้อย่างไรบ้าง

ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารได้มุ่งเน้นขยายสินเชื่อในบางอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต เพื่อให้ได้มาซึ่งอัตราผลตอบแทนที่ดี และนำไปสู่การเพิ่มสัดส่วนของการขายข้ามผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น ขณะที่ด้านสินเชื่อเช่าซื้อ รถยนต์ ธนาคารได้ขยายธุรกิจไปในกลุ่มลูกค้ารถยนต์ราคาสูง มีการพัฒนาระบบ scoring ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตรถยนต์บางรายเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารคาดว่าจะเติบโตสินเชื่อด้วยการพัฒนาช่องทางการขาย และปรับปรุงระบบการอนุมัติสินเชื่อให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ควบคู่ไปกับการเติบโตของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธนาคาร มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการให้บริการอย่างครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในการใช้ธนาคารธนชาตเป็นธนาคารหลักในการทำธุรกรรมของลูกค้า (operating account) ซึ่งจะนำไปสู่การขยายฐานลูกค้าและลดต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้รายได้ของธนาคารสามารถเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2559

กำไรสุทธิของธนาคารเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามีสาเหตุมาจากอะไร และมีแผนการเติบโตของกำไรสุทธิอย่างไรในอนาคต

เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้สินเชื่อของธนาคารปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน เนื่องจากธนาคารมีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้เป็นอย่างดี เป็นผลให้ธนาคารยังคงสามารถรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธนาคารสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างเป็นระบบ จึงทำให้ Credit Cost จากการดำเนินงานปกติลดต่ำลง นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิของธนาคาร ทั้งนี้ ธนาคารจะยังคงรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิให้เติบโตต่อเนื่องด้วยนโยบายการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ให้ดียิ่งขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสุญอย่างมีประสิทธิภาพ

ธนาคารมีแผนการใช้ผลประโยชน์ทางภาษีจำนวนที่เหลืออยู่อย่างไรบ้าง

ธนาคารมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายการใช้ผลประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะนำมารับรู้เป็นกำไร

ธนาคารคาดว่า การเปลี่ยนผ่านการทำธุรกิจของธนาคารให้เข้าสู่ธนาคารในยุคดิจิตอล จะส่งผลอย่างไรบ้าง

ธนาคารเล็งเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านการเข้าสู่ยุคดิจิตอลนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้น เช่นเดียวกับภาครัฐที่มีนโยบายในการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อีกทั้ง เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเรา โดยธนาคารคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมอาจจะลดลงบ้างเล็กน้อยในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ด้วยการบริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ผ่านการมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้สามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา จะทำให้ธนาคารมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นและเติบโตไปพร้อมกับจำนวนธุรกรรมของลูกค้ากับธนาคารที่มากขึ้น (Transaction Banking) นอกจากนี้ ธนาคารจะสามารถลดต้นทุนได้ในระยะยาวอีกด้วย นับเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 4 ปี 2558

ธนาคารมีแผนการลงทุนในโครงการ Digital Banking อย่างไร

ในการลงทุนโครงการ Digital Banking ธนาคารคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นในรูปแบบค่าใช้จ่ายตัดจำหน่าย (Amortization) ซึ่งโครงการ Digital Banking ดังกล่าวจะช่วยให้การทำธุรกรรมต่างๆ ของธนาคารเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น รวมทั้งจะสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆให้หันมาใช้บริการกับธนาคารได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลให้นำไปสู่การเพิ่มสัดส่วนที่สูงขึ้นของ CASA และท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมของธนาคารและการบริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จากสภาพเศรษฐกิจที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ธนาคารจึงต้องปรับการดำเนินงานให้เหมาะสมต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป ด้วยการรวมสาขาที่ใกล้เคียงกันเข้าด้วยกัน โดยจะเริ่มดำเนินการจากย่านธุรกิจในเมืองเป็นลำดับแรก ซึ่งจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้อีกทางหนึ่ง

ธนาคารมีผลขาดทุนทางภาษีเหลืออยู่จำนวนเท่าใด และมีแผนการใช้ผลขาดทุนทางภาษีอย่างไรในปี 2559

ธนาคารมีผลขาดทุนทางภาษี ณ สิ้นปี 2558 จำนวน 25,326 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นผลประโยชน์ทางภาษี จำนวน 5,065 ล้านบาท ซึ่งในปี 2558 ธนาคารได้นำผลขาดทุนทางภาษีมาใช้ในการตั้งสำรองเพิ่มเติมเป็นจำนวน 2,216 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เล็งเห็นว่า ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น การสร้างความแข็งแกร่งของธนาคารเป็นนโยบายหลักที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจธนาคาร ดังนั้น ธนาคารจึงมีแผนจะนำผลขาดทุนทางภาษีดังกล่าวนำมาตั้งสำรองเพิ่มเติมส่วนหนึ่ง และนำมารับรู้เป็นกำไรอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารในระยะยาว

TCAP มีแผนการจัดการทรัพย์สินรอการขายอย่างไร

TCAP คาดว่าการจัดการทรัพย์สินรอการขายนั้นจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาวะตลาด โดยทรัพย์สินรอการขายส่วนใหญ่นั้นเป็นทรัพย์สินรอการขายที่ค่อนข้างมีศักยภาพ ดังนั้น การจัดการทรัพย์สินรอการขายของ TCAP จึงเป็นไปตามภาวะของตลาดที่เอื้ออำนวย ซึ่งจะมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

ธนาคารคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อเป็นอย่างไรในปี 2559

ธนาคารจะยังคงมุ่งเน้นในการเติบโตของสินเชื่อในทุกกลุ่มต่อไป โดยสินเชื่อเช่าซื้อของธนาคาร เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อยจากภาวะชะลอตัวของตลาดรถยนต์ที่เริ่มลดลง นอกจากนี้ ธนาคารได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อและมาตรการในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อในอนาคตและเพิ่มโอกาสในการขายข้ามผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น ขณะที่สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารคาดว่าจะเติบโตดีขึ้นด้วยการพัฒนาระบบช่องทางการขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนด้านสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะมุ่งเน้นการเติบโตในบางพื้นที่ บางอุตสาหกรรม ที่มีความแข็งแกร่ง รวมทั้งการขยายการเติบโตไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐมากขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารยังคงให้ความสำคัญในนโยบายการปล่อยสินเชื่อด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารมีแผนการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างไรในปี 2559

ธนาคารได้ให้ความสำคัญต่อการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง โดยด้านธุรกิจรายย่อย ธนาคารได้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานและการฝึกอบรมพนักงานในการใช้เครื่องมือ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารให้มีความหลากหลายและเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนให้ลูกค้ามาทำธุรกรรมกับธนาคารได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ยังคงสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง ด้วยการขยายช่องทางการขายที่มากขึ้น ส่วนด้านธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารได้มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านการทำธุรกิจวาณิชธนกิจ เช่น การเป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ หรือ การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (Trade Finance) โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทขนาดกลางเป็นหลัก

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 3 ปี 2558

ธนาคารมีแผนการเติบโตของสินเชื่อในไตรมาส 4 และปีหน้าอย่างไร

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ที่ยังไม่ฟื้นตัวและไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ ธนาคารคาดว่าสินเชื่อในปีนี้จะเติบโตติดลบ ถึงแม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาและไตรมาส 4 จะเริ่มมีสัญญาณ การปรับตัวดีขึ้น ส่วนปีหน้าสินเชื่อมีแนวโน้มที่จะเติบโตดีขึ้นจากปีนี้ตามการเติบโตของสินเชื่ออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อบ้าน ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อมีแนวโน้มเติบโต ติดลบต่อเนื่องจากปีนี้ในช่วงแรก ซึ่งขณะนี้ธนาคารอยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดทำแผนธุรกิจของปีหน้าและตัวเลขการเติบโตในด้านต่าง ๆ

ธนาคารคาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพในปีหน้ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร

ธนาคารคาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพมีแนวโน้มลดลงจากการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพอย่าง มีประสิทธิภาพ โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ปีก่อน ที่ร้อยละ 4.53 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.42 ณ สิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ ทั้งนี้ ธนาคารมีแผนในการดำเนินงานหลายมาตรการที่จะส่งผลให้สินเชื่อด้อยคุณภาพลดลง ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การขายหนี้ และการตัดหนี้สูญ (write off) ด้วยการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพดังกล่าว ประกอบกับนโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่มี ความระมัดระวัง ส่งผลให้การเกิดสินเชื่อด้อยคุณภาพมีแนวโน้มต่ำลง ทั้งหมดนี้จะทำให้ธนาคารคาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารจะสามารถลดลงได้ต่ำกว่าร้อยละ 3 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีหน้า

ธนาคารมีแผนการเติบโตของเงินฝากอย่างไรบ้าง

ธนาคารได้ให้ความสำคัญในการเติบโตทางด้านเงินฝากของธนาคาร โดยธนาคารได้มุ่งเน้นการออกผลิตภัณฑ์และบริการที่จะให้ลูกค้ามาเปิดบัญชีและทำธุรกรรมกับธนาคารเพิ่มขึ้น เพื่อขยายสัดส่วนในบัญชีเงินฝากประเภท CASA ให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนเงินฝากของธนาคารลดลง และเพื่อรองรับหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เริ่มบังคับใช้ในปีหน้า

ธนาคารมีแผนอย่างไรในการใช้ผลขาดทุนทางภาษี เนื่องจากธนาคารมีผลขาดทุนทางภาษีจาก การชำระบัญชีของบริษัท สคิป จำกัด (มหาชน) ที่ได้เสร็จสิ้นในไตรมาส 2 ของปีนี้

จากการชำระบัญชีของบริษัท สคิป จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เสร็จสิ้นในไตรมาส 2 ของปีนี้ ส่งผลให้ ธนาคารมี ผลขาดทุนทางภาษีจากเงินลงทุนในบริษัทย่อยคงเหลือจำนวน 27,723 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2558 ประกอบกับ ธนาคารได้เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อ การทำธุรกิจของธนาคารในอนาคต ได้แก่ 1. การปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนไป 2. มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน (IFRS 9) โดยสภาวิชาชีพบัญชีมีแผนที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย ปี 2562 ซึ่งจะมีผลต่อการคำนวณเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น ธนาคารจึงได้เตรียมวางแผนเพื่อรองรับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านเงินกองทุนและมาตรฐานบัญชีในรูปแบบใหม่ โดยการใช้ผลขาดทุนทางภาษีดังกล่าวมาใช้ในการตั้งสำรองเพิ่มเติมส่วนหนึ่ง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะรับรู้เป็นกำไรเพื่อเพิ่มเงินกองทุนของธนาคารให้แข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของธนาคารอย่างมั่นคงในระยะยาว

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2558

ธนาคารมีแผนการเติบโตของสินเชื่ออย่างไรในปีนี้

ธนาคารยังคงรักษาความเป็นผู้นำทางด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ในขณะเดียวกัน ธนาคารได้มุ่งเน้นขยายการเติบโตของสินเชื่อประเภทอื่นๆ ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสากิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมุ่งเน้นการเติบโตในบางอุตสาหกรรมและบางพื้นที่ที่ยังมีความแข็งแกร่งและมีศูนย์ธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการบริการของลูกค้ามากขึ้น

ธนาคารมีแผนการดำเนินงานใน Digital Banking อย่างไร

ธนาคารได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบ Digital Banking โดยได้มุ่งเน้นระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่นำมาจาก Scotiabank และส่งพนักงานเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมให้มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพมากขึ้น เพื่อจะนำมาซึ่ง CASA และรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารที่ดีขึ้นต่อไปในอนาคต โดยธนาคารคาดว่า ระบบ Mobile Banking จะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณสิ้นไตรมาส 3 ของปีนี้ นอกจากนี้บริษัทในเครือของธนาคารธนชาตได้พัฒนาเครื่องมือทางเทคนิค เพื่อตอบสนองในการบริการลูกค้าที่ดีขึ้น

ธนาคารมีแผนการจัดการเรื่อง เงินกองทุนของธนาคาร อย่างไรบ้างในปีนี้

ธนาคารมีแผนที่จะไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Hybrid Tier 1) ที่ถูกนับลดตามเกณฑ์การทยอยนับลดของ Basel III และออกตราสารทุนที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common Equity Tier 1) ทดแทน จำนวนประมาณ 5,000 ล้านบาท ประมาณไตรมาส 4 ปี 2558 สำหรับเงินกองทุนชั้นที่ 2 ธนาคารได้ออกตราสารด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 (Tier II – Write down) จำนวน 7,000 ล้านบาทในเดือน พฤษภาคม 2558 เพื่อทดแทนตราสารหนี้ด้อยสิทธิ 2 ชุดที่ไม่สามารถนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ตามเกณฑ์ Basel III ซึ่งมีจำนวนรวมกัน 11,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เงินกองทุนของธนาคารยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความแข็งแกร่ง

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 4 ปี 2557

อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (Coverage Ratio) เป็นอย่างไรในปี 2558

ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารอย่างต่อเนื่องจากปี 2557 โดยมีกลยุทธ์กระบวนการติดตามหนี้อย่างใกล้ชิดโดยพิจารณาตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย การปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้าบางรายที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการขายหนี้ออกบางส่วน ซึ่งธนาคารคาดว่าสินเชื่อด้อยคุณภาพและอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) จะปรับลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพที่เป็นงบการเงินเฉพาะกิจการของธนาคาร (Coverage Ratio of the Bank Only) มีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ร้อยละ 100 นอกจากนี้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองของธนาคาร (Credit Cost) มีแนวโน้มลดลงตามการบริหารสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพ

ธนาคารคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อเป็นอย่างไร

ธนาคารคาดว่าสินเชื่อเติบโตประมาณร้อยละ 2-4 จากปีก่อน โดยสินเชื่อเช่าซื้อยังคงมีการเติบโตติดลบ เนื่องจากในแต่ละเดือนการชำระคืนเงินต้นของลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อมีจำนวนค่อนข้างสูงและมากกว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่ซึ่งมีแนวโน้มลดลงตามการแข่งขันที่รุนแรงจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีการทำธุรกิจเช่าซื้อด้วยการกระตุ้นการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ร้อยละ 8-10 โดยสินเชื่อธุรกิจยังมีการเติบโตจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ยังสามารถเติบโตได้ในบางพื้นที่และบางอุตสาหกรรม ส่วนสินเชื่อวิสาหกิจขนาดเล็ก ธนาคารยังคงมุ่งเน้นในการทำผ่านเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารมีแนวโน้มเป็นอย่างไร

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างเหมาะสม ธนาคารปรับกลยุทธ์โดยชักชวนให้ลูกค้ามาเปิดและใช้บัญชีกระแสรายวันและออมทรัพย์ของธนาคารมากขึ้น ขณะที่ธนาคารคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามการฟื้นตัวอย่างช้าๆของเศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนทางการเงินของธนาคารในอีกทางหนึ่ง

ธนาคารมีแผนการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างไร

ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆมากขึ้น ได้แก่ รายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการบัตรเอทีเอ็ม รายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ กลุ่มให้คำปรึกษาด้านการเงินธุรกิจและกลุ่มวาณิชธนกิจ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธนาคารเป็นอย่างไร

ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากความพยายามการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพและทันสมัยยิ่งขึ้นเพื่อลดความซับซ้อนของขั้นตอนและให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วมากขึ้น

กลุ่มธนชาตมีแผนการซื้อหุ้นคืนอย่างไร

เนื่องจากกลุ่มธนชาตมีกลยุทธ์ในการบริหารสภาพคล่องทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น ปัจจุบันบริษัทฯ มีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่จำนวนหนึ่ง ประกอบกับ บริษัทฯและธนาคารธนชาตมีเงินกองทุนในระดับสูงเพียงพอต่อการขยายธุรกิจในอนาคต กลุ่มธนชาตจึงเห็นสมควรในการเข้าซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารสภาพคล่อง ซึ่งจะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นดีขึ้นและผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 3 ปี 2557

แนวโน้มของสินเชื่อด้อยคุณภาพเป็นอย่างไร

สินเชื่อด้อยคุณภาพมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากธนาคารยังคงเน้นในเรื่องการบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแผนการจัดการที่แบ่งแยกแต่ละกลุ่มลูกหนี้ที่ชัดเจน การติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้อาจมีปัญหาทางด้านการเงินจากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่หดตัวและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามธนาคารคาดว่าหากภาวะเศรษฐกิจมีทิศทางฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นและการดำเนินกลยุทธ์ตามแผนงานของธนาคารจะช่วยลดการเกิดหนี้เสียเป็นผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวลดลงและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

แนวโน้มการตั้งสำรองของธนาคารในอนาคตเป็นอย่างไร

ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองมีแนวโน้มที่ลดลงตามการปรับนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ เป็นผลให้การไหลตกชั้นของลูกหนี้ลดลง นอกจากนี้ธนาคารได้มีการดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งกระบวนการติดตามหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้บางส่วน ส่งผลให้ทิศทางการตั้งสำรองในอนาคตปรับตัวลดลง

การเติบโตของสินเชื่อเป็นอย่างไร

สินเชื่อในปีนี้คงจะไม่มีการเติบโต เนื่องจากสินเชื่อเช่าซื้อยังคงเติบโตติดลบ เพราะ

  • การชำระคืนของเงินต้นของลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อในแต่ละเดือนมีจำนวนค่อนข้างสูงเนื่องจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อของธนาคารมีขนาดใหญ่ ในขณะที่การปล่อยสินเชื่อใหม่มีจำนวนที่น้อยกว่าตามการชะลอตัวของตลาดรถยนต์และภาวะเศรษฐกิจ
  • การแข่งขันที่รุนแรงจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีการเข้ามาแข่งขันในการทำธุรกิจเช่าซื้อโดยการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง
  • นโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่มีความเข้มงวดสอดรับกับการปรับตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารคาดว่าจะสามารถชดเชยการเติบโตของสินเชื่อได้บางส่วนจากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (SME – S)

แผนการปรับโครงสร้างเงินฝากเป็นอย่างไร

สถานการณ์การแข่งขันทางด้านเงินฝากมีแนวโน้มไม่รุนแรงมากนักซึ่งสอดคล้องกับภาวะการชะลอตัวของสินเชื่อ และภาพรวมของตลาดที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงอยู่ในระดับนี้สักระยะหนึ่งเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากที่เหมาะสมกับความต้องการในตลาดและเน้นการขยายตัวในบัญชีเงินฝากประเภท CASA มากขึ้น เพื่อรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้ากลุ่มนี้

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 2 ปี 2557

สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารเป็นอย่างไรบ้าง

ในช่วงที่ผ่านมาสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารที่เพิ่มขึ้นมาจากสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสองเป็นหลัก โดยเป็นผลกระทบมาจากโครงการรถคันแรกที่ส่งผลให้ราคารถมือสองลดลง ในขณะที่สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ปล่อยภายใต้นโยบายสินเชื่อของธนาคารเกิดหนี้เสียขึ้นเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามภายใต้นโยบายการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ที่เข้มงวดขึ้นของกลุ่มธนชาตตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีก่อน ธนาคารคาดว่าอัตราการเพิ่มของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในครึ่งปีหลังน่าจะลดลง รวมทั้งธนาคารยังคงเป้าหมายต่อเนื่องที่จะลดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้ต่ำลง

การตั้งสำรองในครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร

การตั้งสำรองของธนาคารในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจาก การตั้งสำรองขาดทุนจากการขายรถยึดมีแนวโน้มดีขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมาธนาคารมีการยึดรถเพิ่มขึ้นและเร่งประมูลขายรถออกไปให้เร็ว อีกทั้งนโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่เข้มงวดและเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัว จะเป็นผลให้อัตราการตกชั้นของลูกหนี้ลดลง และเกิดหนี้เสียลดลง

การเติบโตของสินเชื่อในครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร

สินเชื่อเช่าซื้อน่าจะหดตัวลง เนื่องจากยอดขายรถยนต์ได้ชะลอตัว อย่างไรก็ตามคาดว่า สินเชื่อน่าจะเติบโตได้จากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นหลัก โดยสินเชื่อธุรกิจยังมีความต้องการในการขออนุมัติสินเชื่อและการเบิกเงินกู้ของลูกค้า ส่วนสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งเน้นลูกค้าเก่าซึ่งส่วนมากจะเป็นธุรกิจอาหารและบริการที่นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนหรือขยายธุรกิจ ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยคาดว่ายังเติบโตตามการรอโอนโครงการใหม่ๆอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ทางด้านเงินฝากในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร

การแข่งขันทางด้านเงินฝากของธนาคารน่าจะไม่มีความรุนแรงในครึ่งปีหลัง เนื่องจากธนาคารคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะมีนโยบายในการรักษาสภาพคล่องในตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่สูงและธนาคารของรัฐยังไม่มีความต้องการใช้เงินเป็นจำนวนมากในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมีต้นทุนเงินฝากที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่มีสัดส่วนของ CASA สูงถึงร้อยละ 50-60 ของเงินฝาก ดังนั้นธนาคารมีแผนในการลดต้นทุนเงินฝาก โดยมุ่งเน้นในการเพิ่มสัดส่วน CASA ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยการชักชวนลูกค้าสินเชื่อให้เปิดบัญชีออมทรัพย์กับธนาคารมากขึ้น

ธนาคารมีแผนจะเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างไรบ้าง

ธนาคารคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในไตรมาสก่อน รายได้ดังกล่าวอาจจะลดลงไปบ้างเล็กน้อยตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเนื่องจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ อย่างไรก็ตามธนาคารยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมจากบริการบัตรเอทีเอ็มและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต อีกทั้งธนาคารได้มุ่งเน้นที่จะขยายไปทางด้านธุรกิจจากการทำ Letter of Credit (L/C), Trust Receipt (T/R) และ การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FX) ให้มากขึ้นเช่นกัน

ธนาคารมีแผนในการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างไรบ้าง

ธนาคารยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีจากการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยเสริมเพื่อลดความซับซ้อนในขั้นตอนการทำงานและสร้างกระบวนการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานและการลดลงของต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

สรุปคำถาม-คำตอบจากการประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไตรมาส 4 ปี 2556

การเติบโตสินเชื่อที่ร้อยละ 6-7 ในปี 2557 จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่ เนื่องจากสินเชื่อเช่าซื้อน่าจะมีการชำระคืนที่เพิ่มขึ้นและอาจจะมากกว่าสินเชื่อเช่าซื้อที่ปล่อยใหม่

ในปี 2557 ธนาคารมุ่งเน้นที่จะให้มีการเติบโตในสินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งธนาคารมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีนโยบายในการหาลูกค้าตามประเภทธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และลูกค้าเก่าที่มีประวัติดี สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อมีการรับชำระคืนจากลูกหนี้เพิ่มขึ้น จึงทำให้การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อในปีนี้คงไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านๆมา ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยอื่นๆที่ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อ ธนาคารมุ่งเน้นที่จะเพิ่มการเติบโตขึ้น และธนาคารมีระบบ Scoring ในการอนุมัติสินเชื่อรายย่อยรวมทั้งสินเชื่อวิสาหกิจขนาดย่อม (SME S) ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 6-7 จึงสามารถที่จะบรรลุได้

ธนาคารมีนโยบายในการดำเนินการเรื่อง Internet Banking, Cash Management และ One Account See Through อย่างไรบ้าง

เรื่อง Internet Banking สโกเทียแบงก์ได้นำระบบ Internet Banking มาใช้กับธนาคาร โดยดำเนินการติดตั้งแทนระบบเดิม ซึ่งระบบของสโกเทียแบงก์มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานระดับสากลและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจกับการทำธุรกรรม Online กับธนาคารมากขึ้น โดยยังอยู่ในระหว่างดำเนินการลงระบบ และจะมีทั้งระบบ Internet Banking สำหรับลูกค้ารายย่อยและครอบคลุมไปถึง Internet Banking ของลูกค้ารายใหญ่สำหรับการทำ Cash Management ด้วย

ในเรื่อง One Account See Through ธนาคารมีระบบ CEM (Customer Experience Management) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้พนักงานสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทราบว่าลูกค้ามีการใช้บริการธนาคารด้านใดบ้าง ควรจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใดให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าและตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

Credit cost ในปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 0.73 ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุใด และธนาคารมีเป้าหมาย Credit Cost อย่างไรในปี 2557

ค่าใช้จ่ายสำรองในปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 0.73 ของสินเชื่อ ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเช่าซื้อ แต่ธนาคารเชื่อว่าจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นจะทำให้ Credit Cost ในปี 2557 จะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.60 (รวมขาดทุนจากการขายรถยึด) ธนาคารประมาณการว่าในปี 2557 นี้จะมี Credit Cost ลดลง จากการตั้งสำรองลดลง เนื่องจาก

  1. ในปี 2555 ธนาคารปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในจำนวนที่สูงมาก ส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อเติบโตสูงถึงร้อยละ 38.57 ส่งผลให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นในปี 2556 จึงต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปี 2556 การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อมีจำนวนลดลงจากปี 2555 มากพอสมควร ธนาคารจึงคาดการณ์ว่าหนี้เสียจะลดลงในปี 2557 และการตั้งสำรองก็จะลดลงตามไปด้วย
  2. ในปี 2556 ธนาคารมีนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น ในขณะที่ยอดปล่อยสินเช่าซื้อในปี 2556 ปรับตัวลดลงจากปี 2555 ตามภาวะตลาด ส่งผลให้คาดการณ์อัตราการเกิดหนี้เสียใหม่ลดลงในปี 2557 ธนาคารจึงมีภาระในการตั้งสำรองในปี 2557 ลดลง

อยากทราบภาพรวมของรถมือสองเพิ่มเติมว่า ในปี 2556 การขาดทุนจากการขายรถยึดเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับปี 2555

ในปี 2556 ขาดทุนจากการขายรถยึดเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2555 เนื่องจากราคารถมือสองปรับตัวลดลงตามภาวะตลาดรถยนต์มือสองที่มีอุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลย์กัน

กลุ่มธนชาตมีอัตราค่าเผื่อหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ในระดับที่เพียงพอหรือไม่

ณ 31 ธันวาคม 2556 กลุ่มธนชาตมี Coverage Ratio อยู่ที่ร้อยละ 82.61 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อตามงบการเงินรวม ธนาคารมีอัตราดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 3.81 ซึ่งแบ่งเป็นอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของสินเชื่อเช่าซื้อที่ร้อยละ 2.22 และมีอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของสินเชื่ออื่นที่ไม่รวมสินเชื่อเช่าซื้อ อยู่ที่ร้อยละ 5.77 แต่เนื่องจากสินเชื่อเช่าซื้อคิดเป็นร้อยละ 55.28 ของสินเชื่อรวมของธนาคาร ส่งผลให้อัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.81 ดังกล่าว ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดังนั้นจะเห็นได้ว่าธนาคารมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพียงพอ